ไม่มีอะไรพิเศษแต่ก็มีหลายๆอย่างเกิดขึ้นและเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเลยก็ว่าได้
ช่วงครึ่งปีแรกก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษแต่ก็มีสิ่งที่ได้ลองทำเป็นครั้งแรกและสิ่งนั้นก็คือการได้ลองซื้อหุ้นตัวแรกในชีวิต หลังจากที่ได้ลองลงทุนใน cryptocurrency และ NFT ในปี 2022 และในปีนี้ก็ได้ลองลงทุนในตลาดหุ้นเป็นครั้งแรกซึ่งเมื่อก่อนคิดว่ามันน่ากลัวและต้องใช้ต้นทุนที่สูงแต่พอได้ศึกษาและได้รับคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ กลับกลายเป็นว่ามันไม่น่ากลัวเลยและง่ายกว่าที่คิดมาก และหุ้นตัวแรกที่ซื้อก็คือ “AAPL” หรือก็ Apple.inc นั้นเอง นอกจากที่ได้ซื้อหุ้นเป็นครั้งแรก ปีนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ไปภาคเหนือ!! แต่ก่อนที่ไปเที่ยว! ปีนี้ก็เป็นปีแรกที่ฉลองวันเกิดกับคนที่ได้ฉลองวันเกิดคนที่ว่าเป็นทั้ง“เพื่อน/แฟน” ในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลย - ขอบคุณมากจริงๆนะ “K”
หลังจากที่ได้ฉลองวันเกิดไปแล้วก็ถึงเวลาไปเที่ยวเหนือ!! ซึ่งการไปภาคเหนือครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณพี่ “K” ที่เป็นคนนำเที่ยวในครั้งนี้อีกด้วย การได้สถานที่ต่างๆที่ไม่เคยได้ไปหรือได้ลองสิ่งต่างๆที่ไม่เคยได้ลอง มันเป็นสิ่งที่จะต้องเป็นครั้งแรกเท่านั้นถึงจะรู้สึกได้และการที่ได้เห็นสิ่งต่างๆด้วยตาตัวเองนั้นมันสวยกว่าที่ได้เห็นในรูปเยอะมากกก ซึ่งคิดว่าถ้าไม่ได้มาก็คงไม่มีทางที่จะได้สัมผัสความสวยงานของธรรมชาติและบรรยากาศของภาคเหนืออย่างแน่นอน ส่วนจังหวัดที่ไปนั้นก็คือจังหวัดเชียงใหม่นั้นเอง ประสบการณ์การไปภาคเหนือในครั้งนี้จะไม่มีวันลืมแน่นอน - “CNX”
แต่เดี๋ยวก่อน!! การกลับมาไทยในครั้งนี้ยังได้ไปในสถานที่นึงที่ไม่คิดว่าในชีวิตจะได้ไปหรือเห็น และสถานที่นั้นก็คือ “Pattaya Walking Street” และแน่นอนก็ต้องขอบคุณ “K” ที่พาไปเปิดประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นในครั้งนี้ สำหรับการไปเดินที่ “Pattaya Walking Street” ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มากเพราะปกติจะเห็นแค่ใน Youtube - ถ้าจะให้อธิบายความรู้สีกหรืออธิบายว่ามันคืออะไร ก็ประมาณว่าเป็นสถานที่ที่รวมสิ่งบันเทิงที่ไม่สามารถหาได้ในเวลาหรือสถานที่ปกตินั้นเอง และแน่นอนสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการไป “Pattaya Walking Street” นั้นก็คือการไปดู “Ping Pong Show” - และบอกได้คำเดียวว่า “Amazing Thailand”
และก็จบไปแล้วสำหรับครึ่งปีแรก ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดีจนกระทั่งเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเลยก็ว่าได้และมันก็คือการ “เลิกจ้าง” หลังจากที่ได้กลับไปสวีเดนและได้ทำงานได้เพียง 2 เดือน อยู่ดีๆบริษัทที่งานด้วยก็ต้องปิดตัวลงอันเนื่องจากบริษัทมีปัญหาเรื่องการเงินที่ไม่สามารถบริหารต่อไปได้ จึงทำให้ต้องปิดตัวและเลิกจ้างพนักงานส่วนใหญ่ไป
หลังจากที่รู้ว่าจะโดนเลิกจ้าง ทางนี้ก็ไม่นิ่งนอนใจ จึงได้ทำการเขียนและอัปเดต CV / Resume เพื่อหางานใหม่ แต่นั้นก็เลยทำให้คิดได้ว่า “หรือว่านี้คือเวลานั้นแล้ว!” เวลาที่จะกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดของตัวเองหรือก็คือประเทศไทยนั้นเอง ส่วนสาเหตุที่ทำให้คิดอยากกลับไทยนั้นคือ
และนั้นก็เป็นสองเหตุผลหลักที่ทำให้รู้สึกอยากกลับมาอยู่ไทย พอคิดได้แบบนั้นทางนี้ก็ไม่รอช้า รีบเขียนและอัปเดต CV / Resume เพื่อที่จะเอาไปสมัครงาน มันไม่ง่ายเลยที่จะต้องมางานในช่วงเวลาแบบนี้และด้วยเหตุผลหลายๆอย่างทำให้การหางานนั้นยากขึ้นสำหรับการหางานในประเทศไทย แต่สุดท้ายก็ได้งานที่ไทยยย!
ถึงแม้การตัดสินใจจะเป็นของเราแต่แน่นอนที่บ้านก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่เพราะด้วยสิ่งที่เราเห็นและรับรู้ว่าการเป็นอยู่ที่ประเทศไทยนั้นเป็นยังไง ถึงแม้จะไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้ขัดขวางเพราะที่บ้านคิดว่าการปล่อยให้สัมผัสด้วยตัวเองจะดีที่สุด
หลังจากมาถึงไทย แน่นอนสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการไปเที่ยวก่อนเริ่มทำงานกับ “K” การไปเที่ยวครั้งนี้มันค่อนข้างต่างจากการไปเที่ยวครั้งก่อนๆเพราะการไปเที่ยวครั้งนี้มันคือการไปเที่ยวในฐานะ “คนไทย” ไม่ใช่ “Tourist” เหมือนเมื่อก่อน แต่มันก็แค่ความรู้สึกเท่านั้น - ขอบคุณ “K” มากๆนะที่พาไปเที่ยวในหลายๆที่ ขอบคุณมากจริงๆ จะไม่มีวันลืมเลย
ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆสำหรับการกลับมาอยู่ไทย แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ได้มีหลายๆอย่างเกิดขึ้น ทั้งการฉลองปีใหม่กับที่ทำงาน เมา หรือแม้กระทั้งการทะเลาะกับ “K” แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆเลย หวังว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ดีกว่านี้ในทุกๆเรื่องเลย - Happy New Year